ศาสนาพิธีสำหรับพุทธศานิกชน

ศาสนพิธี หมายถึง ระเบียบแบบแผนหรือแบบอย่างที่พึงปฏิบัติในศาสนา  เมื่อนำมาใช้ในพระพุทธศาสนา  จึงหมายถึงระเบียบแบบแผนหรือแบบอย่างที่ พึงปฏิบัติในศาสนา

ความจริง  ศาสนพิธีเป็นสิ่งที่มีอยู่ในทุกศาสนาซึ่งแตกต่างกันไปตามลักษณะความเชื่อของ ศาสนาหรือลัทธินั้นๆ  เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง
ศาสนา  โดยศาสนาต่างๆ  จะเกิดขึ้นมาก่อนแล้วพิธีกรรมต่างๆ จึงเกิดขึ้น  แม้จะไม่ใช่สิ่งที่เป็นแก่นสารของศาสนา  แต่ท่านผู้รู้ได้เปรียบพิธีกรรม
หรือ ศาสนพิธีว่า เป็นดังเปลือกต้นไม้ซึ่งคอยห่อหุ้มแก่นของต้นไม้คือเนื้อแท้ของศาสนาไว้โดย ทั้งสองส่วนนี้จะต้องอาศัยกันและกัน  กล่าวคือ
หากไม่มีแก่นแท้ของศาสนา พิธีก็อยู่ได้ไม่นาน  หรือหากมีเฉพาะแก่นของศาสนาแต่ไม่มีศาสนพิธี  แก่นแท้ของศาสนาก็อยู่ได้ไม่นานเช่นเดียวกับ
ต้นไม้ที่มีแต่เปลือกไม่มี แก่นหรือมีแต่แก่นไม่มีเปลือกฉะนั้น

ศาสนพิธีของพุทธศาสนาก็เช่นกัน  เป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาไว้เหมือนเปลือกของต้นไม้ คอยปกป้องแก่นไม้ไว้
อย่างไรก็ดี  การทำพิธีต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาในปัจจุบันได้มีจุดหักเหที่จะกลายเป็นแก่นแท้ของพระพุทธ ศาสนา  โดยไปยึดเอาว่าศาสนพิธี
นั้นคือแก่นของพระพุทธศาสนาและยึดถืออยู่ อย่างนั้นอย่างแนบแน่น  ดังนั้น จึงควรศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีให้ถ่องแท้ตามหลักการของ
พระพุทธ ศาสนา  เพื่อจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตรงตามจุดมุ่งหมายต่อไป

ศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนาเฉพาะของพุทธ ศาสนิกชนมี 4 หมวดใหญ่ คือ

1.  กุศลพิธี หมายถึง พิธีกรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนา เฉพาะตัวบุคคล เช่น การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ  การเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และการรักษาศีลประเภทต่างๆ

กุศลพิธี คือ พิธีกรรมอันเกี่ยวเนื่องด้วยการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนาเฉพาะตัวบุคคล

กุศลพิธี คือ พิธีกรรมต่างๆ อันเกี่ยวกับการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนาเฉพาะตัวบุคคลหรือการสร้างความ ดีแก่ตนทางพระพุทธศาสนา
ตามพิธีนั่นเอง  พิธีทำนองนี้มากด้วยกัน แบ่งได้เป็น 2 อย่าง คือ พิธีที่พุทธบริษัทพึงปฏิบัติในเบื้องต้นอย่างสามัญพวกหนึ่งและพิธีกรรมที่ สงฆ์พึง
ปฏิบัติเพื่อความดีงามในพระวินัยทั้งส่วนตัวผู้ปฏิบัติและหมู่ คณะพวกหนึ่ง

พิธีที่พุทธบริษัทพึงปฏิบัติในเบื้องต้นอย่างสามัญ ที่สำคัญมีอยู่ 3 เรื่อง คือ พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ พิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทาง
พระพุทธศาสนาและพิธีรักษาอุโบสถ พิธีทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นพิธีที่พุทธศาสนิกชนทุกคนพึงทราบและปฏิบัติได้โดยถูกต้องครบ กระบวนระเบียบพิธี
ตลอดจนสามารถจัดพิธีนั้นๆ ให้เด็กหรือเยาวชน หรือผู้ที่จะเข้ามาเป็นพุทธศาสนิกชนต่อไปได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องครบถ้วนตาม กระบวนระเบียบ
พิธีที่กำหนดเป็นประเพณีไว้ด้วย

พิธีกรรมที่สงฆ์พึงปฏิบัติเพื่อความดีงามในพระวินัย  ทั้งส่วนตัวผู้ปฏิบัติและหมู่คณะที่สำคัญ ได้แก่ พิธีเข้าพรรษา พิธีถือนิสสัย พิธีทำสามี
จิกรรม พิธีทำวัตรสวดมนต์ พิธีกรรมวันธรรมสวนะ พิธีทำสังฆอุโบสถและพิธีออกพรรษา ซึ่งแต่ละพิธีล้วนมีความสำคัญต่อพระสงฆ์ทั้งนั้น

พิธีกรรมที่สงฆ์พึงปฏิบัติดังกล่าวนี้ พุทธบริษัทที่เป็นคฤหัสถ์ก็ควรศึกษาบ้าง  เพื่อจะได้เป็นการสร้างเสริมศรัทธาปสาทะในพระพุทธ
พระธรรม พระสงฆ์ ว่า พระพุทธเจ้านั้นท่านได้วางระเบียบวิธีปฏิบัติไว้่สำหรับพระสงฆ์อย่างไร  มีความละเอียดลออและมีความหมายต่อ
พุทธศาสนิกชนอย่างไร  พระสงฆ์จะต้องปฏิบัติตามเพื่อความขัดเกลากิเลสอย่างยากยิ่งอย่างไรและจะเป็น การที่จะช่วยให้ได้มีประสบการณ์
ในการอบรมความดีงามทางพระพุทธศาสนาเฉพาะ บุคคล  ทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฝ่ายคฤหัสถ์ให้กลมกลืนกัน  เป็นการสร้างความมั่นคงในความ
ดีงามของพุทธบริษัทโดยส่วนรวมด้วย

2.  บุญพิธี หมายถึง พิธีทำบุญเนื่องด้วยประเพณีในครอบครัว ซึ่งเป็นประเพณีเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคนทั่วไป มี 2 ประเภท คือ
2.1  พิธีทำบุญในงานมงคล  ได้แก่  การทำบุญในโอกาสต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและญาติสนิทมิตรสหาย เช่น การทำ
บุญขึ้น บ้านใหม่ การแต่งงาน เป็นต้น
2.2  พิธีทำบุญในงานอวมงคล  ได้แก่ การทำบุญเกี่ยวกับการตาย เช่น การทำบุญหน้าศพ การทำบุญอัฐิบรรพบุรุษ เป็นต้น

บุญพิธี คือ พิธีทำบุญเนื่องด้วยประเพณีในครอบครัว

บุญพิธี คือ พิธีบุญหรือทำความดีเนื่องด้วยประเพณีในครอบครัวของพุทธศาสนิกชนเป็นพิธี เกี่ยวกับชีวิตของคนทั่วไป  ส่วนมากทำกันเกี่ยวกับ
เรื่องฉลองบ้าง  เรื่องต้องการสิริมงคลบ้าง เรื่องตายบ้าง ในประเพณีเกี่ยวกับชีวิตของพุทธศาสนิกชนนิยมทำบุญทางพระพุทธศาสนาตามประเพณี
นิยม  จึงเกิดมีพิธีกรรมหรือแบบแผนที่ต้องปฏิบัติขึ้นและถือสืบต่อกันมาแต่โบราณ กาล  พิธีทำบุญหรือบุญพิธีสำหรับสังคมพุทธศาสนิกชน แบ่งเป็น
2 ประเภท คือ ทำบุญงานมงคล และทำบุญงานอวมงคล

งานหลักของการทำบุญ คือ การเลี้ยงพระ จึงนิยมเรียกกันว่า การทำบุญเลี้ยงพระ มีการนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์แล้วถวายภัตตาหารเช้า
หรือเพล เสร็จแล้วถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์แล้วรับพรจากพระสงฆ์ เป็นเสร็จพิธี

ในการทำบุญ  ผู้ีที่จะทำบุญเนื่องในงานต่างๆ นั้น เรียกว่า เจ้าภาพ เจ้าภาพในการทำบุญตามประเพณีเกี่ยวกับชีวิตมักจะเป็นหัวหน้าครอบครัว
หรือ ผู้ที่ประสงค์จะทำบุญนั้นๆ หรือเป็นคณะบุคคล เช่น บุตรธิดาของผู้ตายเป็นเจ้าภาพในการจัดงานศพ หรือคณะกรรมการของสมาคม เป็นเจ้าภาพ
ในการทำบุญเปิดป้ายสมาคม เป็นต้น  ถ้าเป็นงานทำบุญของส่วนรวม เช่น งานทำบุญของประชาชนทั้งหมู่บ้าน  ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ใหญ่ที่มีคนเคารพ
นับถือมากในหมู่บ้านนั้นเป็นเจ้าภาพ หรือประชาชนทั้งหมู่บ้านนั้นร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เป็นต้น

การทำบุญงานมงคล ได้แก่ การทำบุญในโอกาสต่างๆ งานวันสำคัญต่างๆ ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าภาพ แก่ญาติมิตรสหาย หรือแก่
หมู่ คณะที่ร่วมกันจัดงานทำบุญนั้นขึ้น  ส่วนการทำบุญงานอวมงคล เป็นการทำบุญเกี่ยวกับการตาย นิยมทำกันอยู่ 2 อย่าง คือ งานทำบุญหน้าศพ
และ งานทำบุญอัฐิ

พิธีทำบุญ มีระเบียบพิธีที่ต้องปฏิบัติแบ่งกันเป็น 2 ฝ่าย คือ พิธีฝ่ายเจ้าภาพหรือฝ่ายคฤหัสถ์และพิธีฝ่ายสงฆ์  พิธีฝ่ายเจ้าภาพหรือฝ่ายคฤหัสถ์
ได้แก่ การจัีดเตรียมสถานที่ สิ่งของต่างๆ สำหรับพิธีและการปฏิบัติในพิธี การนิมนต์พระสงฆ์และการเชิญแขกมาในงานตลอดจนการตระเตรียม
อาหารไว้ถวาย พระสงฆ์และการเลี้ยงดูแขกญาติมิตรสหายที่มาในงาน

ส่วนพิธีฝ่ายพระสงฆ์ นอกจากการเตรียมตัวเกี่ยวกับการประกอบพิธีตามที่ได้รับนิมนต์แล้ว  ยังจะต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับพิธีเจริญ
พระพุทธมนต์  พิธีสวดพระพุทธมนต์  พิธีสวดพระอภิธรรม  พิธีสวดมาติกา  พิธีสวดแจง  พิธีสวดถวายพรพระ  พิธีอนุโมทนาในกรณีต่างๆ
พิธีพระธรรมเทศนาและพิธี พิเศษเฉพาะงานอื่นๆ เช่น พิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เป็นต้น

พิธีทำบุญโดยหลักใหญ่  พุทธศาสนิกชนถือว่าจะสำเร็จเป็นบุญพิธีอย่างแท้จริงย่อมสำคัญที่พิธีฝ่าย สงฆ์  ดังนั้น พระสงฆ์ผู้ประกอบพิธี
จึงพิถีพิถันเป็นพิเศษ  เป็นต้นว่าความเคร่งครัดในการปฏิบัติตนของพระภิกษุสงฆ์ ลำดับพิธี การอาราธนา การเจริญหรือสวดพระพุทธมนต์
พระสูตรหรือคำบาลีที่กล่าวหรือ เจริญหรือสวดในพิธี

3.  ทานพิธี หมายถึง พิธีถวายทานต่างๆ เช่น ถวายอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคเป็นต้น

ทานพิธี คือ พิธีถวายทานแด่พระสงฆ์

พิธีถวายทานต่างๆ เรียกว่า ทานพิธี ซึ่งมีทั้งทานพิธีสามัญที่จำเป็นและนิยมบำเพ็ญกันอยู่ทั่วไป และรายละเอียดของทานพิธีต่างๆ ซึ่งมีเหตุผล
ประวัติและวิธีการถวาย ซึ่งจะต้องทราบทั้งฝ่ายผู้ถวายและภิกษุสงฆ์ผู้รับถวาย
การถวายทาน คือ การถวายวัตถุที่ควรให้ทาน ในพระพุทธศาสนาเรียกวัตถุที่ควรให้เป็นทานนี้ว่า ทานวัตถุ จำแนกได้เป็น 10 ประการ คือ
1.  ภัตตาหาร
2.  น้ำรวมทั้งเครื่องดื่มอันควรแก่สมณบริโภค
3.  ผ้า เครื่องนุ่งห่ม
4.  ยานพาหนะ สงเคราะห์ปัจจัยค่าโดยสารเข้าด้วย
5.  มาลัย และดอกไม้เครื่องบูชาชนิดต่างๆ
6.  ของหอม หมายถึง ธูปเทียนบูชาพระ
7.  เครื่องลูบไล้ หมายถึง เครื่องสุขภัณฑ์สำหรับชำระร่างกายให้สะอาด
8.  ที่นอนอันควรแก่สมณะ
9.  ที่อยู่อาศัย มีกุฏิเสนาสนะและเครื่องสำหรับเสนาสนะ เช่น เตียง ตู้ เก้าอี้ เป็นต้น
10.  เครื่องตามประทีปมีเทียนจุดใช้แสง ตะเกียง น้ำมันตะเกียงและไฟฟ้า เป็นต้น

ทั้ง 10 ประการนี้ ควรถวายทานแด่ภิกษุสามเณรเพื่อใช้สอยหรือบูชาพระตามสมควร  การถวายทานมีนิยม 2 อย่าง คือ
1.  ถวายเจาะจงเฉพาะพระภิกษุรูปนั้นรูปนี้ เรียกว่า ปาฏิบุคลิกทาน
2.  ถวายไม่เจาะจงเฉพาะพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง มอบให้เป็นของสงฆ์แล้วเฉลี่ยกันใช้สอยเอง เรียกว่า สังฆทาน

การถวายปาฏิบุคลิกทานไม่ต้องมีพิธีกรรมในการถวาย เพราะเมื่อผู้ถวายเกิดศรัทธาจะถวายสิ่งใดแด่พระภิกษุหรือสามเณรรูปใด  ก็จัดสิ่งนั้น
มอบถวายพระภิกษุหรือสามเณรรูปนั้นเป็ยรายบุคคลก็สำเร็จ เป็นทานแล้วและผู้รับปาฏิบุคลิกทานจะอนุโมทนาด้วยบทสวดบทไหน เรื่องนั้นก็เป็น
ส่วนบุคคลเช่นกัน แต่สำหรับสังฆทานเป็นการถวายสงฆ์เกี่ยวกับพระสงฆ์ส่วนรวมในวัด จัดเป็นการสงฆ์ ไม่ใช่การบุคคล  จึงเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่อง
ด้วยพิธีกรรม โดยเฉพาะ  มีพิธีการถวายและการอนุโมทนาของสงฆ์ซึ่งเป็นประเพณีทางพระพุทธศาสนาสืบต่อ กันมา

การถวายทานวัตถุทั้ง 10 ประการ ดังกล่าว มีคำถวายแตกต่างกันออกไป ซึ่งแยกได้เป็นพวกๆ ตามปัจจัยเครื่องอาศัย 4 อย่างของบรรพชิต
คือ จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะและคิลานเภสัช

การถวายทานนิยมถวายเป็น 2 แบบ คือ
1.  ถวายในกาลที่ควรถวายสิ่งนั้นๆ เรียกว่า กาลทาน
2.  ถวายไม่เนื่องด้วยกาลหรือนอกกาล เรียกว่า อกาลทาน
ซึ่งมีระเบียบพิธีในการถวาย  ส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กันทั้งสิ้น

4.  ปกิณกพิธี หมายถึง พิธีเบ็ดเตล็ด ได้แก่ มารยาทและระเบียบปฏิบัติในพิธีทั้ง 3 ข้างต้น เช่น พิธีอาราธนาศีล วิธีประเคนพระ วิธีแสดงความเคารพ เป็นต้น

ปกิณกพิธี คือ พิธีเบ็ดเตล็ด

ปกิณกพิธี คือ พิธีต่างๆ ที่ไม่นับเข้าในพิธีทั้ง 3 ข้างต้น ส่วนใหญ่จะเป็นมารยาทและวิธีปฏิบัติในพิธี 3 ประการ รวมทัี้งข้อปฏิบัติบางอย่าง
ที่พุทธศาสนิกชนควรทราบ พิํธีเหล่านี้ได้แก่ วิธีแสดงความเคารพพระ  วิธีประเคนของพระ  วิธีทำหนังสืออาราธนาและทำใบปวารณาถวาย
จตุปัจจัย  วิธีอาราธนาศีล  อาราธนาพระปริตร  อาราธนาธรรม  วิธีกรวดน้ำ  วิธีจับด้ายสายสิญจน์  วิธีตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระ  พิธีของพระสงฆ์ก็มีวิธี
บังสุกุลในพิธีทำบุญ อายุหรือพิธีศพ  วิธีบอกศักราชในการแสดงพระธรรมเทศนา

ศาสนพิธีทั้งที่เป็นกุศลพิธี  บุญพิธีและทานพิธี  มีระเบียบพิธีโดยเฉพาะ  ในแต่ละพิธีนั้น  ในการประกอบพิธีตามประเพณีมักจะมีผู้ที่รู้เรื่อง
ราว เกี่ยวกับศาสนพิธีเป็นอย่างดีเป็น พิธีกร เป็นผู้นำในการประกอบพิธีหรือเจ้าหน้าที่ในการประกอบพิธีให้แก่เจ้าภาพหรือ ประธานฝ่ายคฤหัสถ์ใน
ศาสนพิธีหรืองานพิธีนั้นๆ ในท้องถิ่นบางแห่ง หรือบางโอกาสที่ไม่มีพิธีกร หรือเจ้าหน้าที่พิธีหรือหาพิธีกรหรือเจ้าหน้าที่พิธีไม่ได้  พระสงฆ์ผู้ใหญ่
หรือ ประธานสงฆ์ที่ได้รับอาราธนามาในพิธีนั้นจะเป็นผู้บอกหรือให้คำแนะนำในการ ปฏิบัติพิธีแก่เจ้าภาพหรือประธานฝ่ายคฤหัสถ์ในพิธีนั้น  นับว่า
พระสงฆ์ เป็นบุคคลสำคัญในการที่จะทำให้การประกอบศาสนพิธีสำเร็จ  ดังประสงค์ของเจ้าภาพอีกทางหนึ่งด้วย

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: